posted on 23 Jan 2009 18:36 by forward-mail
ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ตุ๊กตายอดฮิตของดารา
มาทำความรู้จักกับตุ๊กตาที่ทำให้สาวสมัยใหม่วันนี้หลงใหลไปกับตุ๊กตาบลายธ์ กันดีกว่า สำหรับประวัติโดยรวมของเจ้าตุ๊กตาทรงเสน่ห์ตัวนี้ ''บลายธ์'' ถูกออกแบบในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่นที่ประเทศสหรัฐฯ ภายใต้คอนเซปต์ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตาทั่วไปถูกแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกันคือ Blythe, Karess, willow และ Skye หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตาบลายธ์ ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ก้าวเข้าสู่ยุค 70s บลายธ์ ยังมีให้เลือกทั้ง 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องมีให้มิกซ์แอนด์แมตช์กว่า 12 ชุด ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดดเด่น ด้วยดวงตากลมโต สามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 4 สีด้วยกันคือ สีเขียว ชมพู ส้ม และ น้ำเงิน แต่ในยุคนั้นลักษณะของตุ๊กตาเมื่อดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ เจ้าตุ๊กตาบลายธ์จะกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวของเด็กๆ ทันที จนเป็นเหตุให้ความนิยมลดลงตามลำดับ
อีก 30 ปี ต่อมา จากตุ๊กตาเด็กเล่นที่แสนจะน่ากลัวและเป็นเพียงสินค้าค้างสต็อกเพราะความนิยมลดหายลงไป มาบัดนี้มันกลายเป็นตุ๊กตาหายาก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ Hasbro ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น ทำให้บลายธ์เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวซามูไรและทำยอดขายถล่มทลายในเวลาต่อมา สำหรับราคาตุ๊กตาแสนซนตัวนี้ที่มีราคาแพงที่สุดและหายากที่สุดคือบลายธ์คอลเลกชั่นวินเทจที่มีราคาตัวละ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ
จากวันนั้นกระแส Blythe fever ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่ Gina กับ Junko Wong (โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่น) ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Blythe ขึ้น ก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงแฟชั่นจำนวนมาก และได้มาร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าตัวจิ๋วให้กับเหล่านางแบบ Blythe ได้สวมเดินเฉิดฉายอยู่บนแคตวอล์กกลางกรุงโตเกียว
จนกระทั่งในช่วงปี 2001-2002 นีโอ บลายธ์ ได้ผลิตออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตุ๊กตาที่มีอิทธิผลต่อแวดวงแฟชั่น ที่ได้รับการปฏิวัติตุ๊กตารูปแบบเดิมๆเพิ่มเติมด้วยด้วยลูกตาที่มีความแวววาว และพื้นผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตา พร้อมกับแต่งเปลือกตาให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสีผิวหน้าให้มันวาวขึ้นด้วย
มาที่ปี 2004 - ปัจจุบัน ยังคงอิงบลายธ์แบบดั้งเดิม แต่รูปแบบนั้นเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มจากการยกเครื่องเปลี่ยนตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงโครงสร้างภายใน ไม่ว่าจะเป็นลูกตาที่มีความแวววาวขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบอยู่ด้านหลังก็ถูกทำให้ดูลื่นตาขึ้น พร้อมกับเพิ่มชิ้นส่วนใหม่บริเวณหนังศีรษะเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความทนทานมากขึ้นด้วยปี 2006 Radiant Blythe ถูกผลิตขึ้นมาตีตลาดอีกครั้ง ที่มีตรงส่วนโค้งของเปลือกตาที่ดูลึกและมีมิติขึ้น
เพื่อบ่งบอกความเป็นตุ๊กตายอดฮิตของเจ้าตุ๊กตาบลายธ์ที่ในตอนนี้กำลังได้รับความนิยมจนเหล่าคนบันเทิงมากหน้าหลายตาที่กลายเป็นนักสะสมตัวยงและหลงเสน่ห์เจ้าตุ๊กตาบลายธ์ตัวนี้เข้าอย่างจัง
โดยมี ''ชมพู่'' อารยา เอ ฮาร์เก็ต นับเป็น ''ตัวแม่'' ของเรื่องตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้เลยก็ว่าได้ และเพราะความชอบส่วนตัวแถมยังออกอาการคลั่งไคล้หนักงานนี้สาวชมถึงขั้นทุบกระปุกเปิดร้านจำหน่ายตุ๊กตาบลายธ์แบบเป็นเรื่องเป็นราวกันเลยทีเดียว โดยสาวชมเล่าถึงที่มาในการสะสมตุ๊กตาเหล่านี้ให้ฟังว่า ''ตอนแรกมีเพื่อนส่งรูปตุ๊กตามาให้ดูก่อน พอเราเห็นรูปก็เอ๊ะ... ทำไมมันน่ารักจังเลย แต่ก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน จนกระทั่งตอนที่เพื่อนๆ ไปเที่ยวฮ่องกง เขาก็เลยซื้อมาให้ 1 ตัว ตอนนั้นดีใจมาก หลังจากนั้นก็เหมือนผีสิง เลย ซื้อตุ๊กตาตลอด อย่างเมื่อก่อนไม่เคยไปสะพานเหล็ก คลองถม เพราะคิดว่ามีแต่ผู้ชายไปซื้อเกม ซื้อซีดี แต่พอรู้ว่าที่นั่นมีร้านขายตุ๊กตาบลายธ์ด้วย ก็เริ่มไปซื้อ ครั้งแรกที่ซื้อก็ 6-7 ตัวเลยนะ เรียกว่าออกตัวแรงมาก ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ก็มี 30 ตัวแล้ว โดยเฉพาะนักสะสมใหม่อย่างเรา ถ้ารุ่นไหนยังไม่มีก็จะขยันซื้อหน่อย ตอนนี้ชมมีทั้งหมดประมาณ 60 กว่าตัวแล้ว บางทีก็บินไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แถมก่อนซื้อต้องอีเมลไปสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าด้วย''
''ส่วนราคาจริงๆ ราคาตุ๊กตา 1 ตัว ราคาจะประมาณ 3,500 บาท ราคาจะแพงหรือไม่แพงอยู่ที่รุ่นด้วย ตอนนี้ถ้าเป็นตุ๊กตาที่ชมสะสมอยู่ ให้แก้ผ้าตุ๊กตา เราก็พอจะจำได้ว่าเป็นรุ่นไหน แต่ถ้าไม่ใช่รุ่นที่ชมสะสมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังสะสมไม่ถึงปีเลย แต่ออกตัวแรงมากนะ และถ้าคนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะมองว่า เราสะสมอะไร ไร้สาระ แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มจะรู้ว่า มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบเหมือนเรา ถามว่าหมดเงินไปเยอะมั้ย ก็เยอะอยู่นะ หลายแสนบาทอยู่ แต่ตุ๊กตาพวกนี้ขายคืนได้ทุกชิ้น เพราะเขามีราคา พอเราเริ่มสะสม เราก็เริ่มศึกษาจากหนังสือบ้าง จากเว็บไซต์บ้าง หรือมีคนที่เขาสะสมอยู่แล้วมาแนะนำบ้าง ตอนนี้ชมก็มีโครงการจะซื้อจักรเย็บเสื้อผ้าให้น้องตุ๊กตาด้วยนะ'' ด้วยความคลั่งไคล้ในตุ๊กตาบลายธ์อย่างหนัก สาวชมเลยมีโครงการจะเปิดร้านจำหน่ายกันเลยทีเดียว โดยงานนี้สาวชมร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ นอกวงการ เปิดร้านที่นำเข้าน้อง บลายธ์ จากต่างประเทศมาจำหน่าย รวมทั้งยังมีแอสเซสเซอร์รี่ต่างๆ ของน้องบลายธ์ มาขายให้บรรดาคนรักน้อง บลายธ์ ได้ช็อปปิ้งกันอีกด้วย ซึ่งตอนนี้สาวชมพู่แอบเผยว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการอยู่ คาดว่าน่าจะเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้แน่ๆ''
ด้านนางเอกสาวสุดเซ็กซี่ ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงใหลในเสน่ห์ของ ''ตุ๊กตาบลายธ์'' โดยสาวอั้มบอกว่าเธอชอบในความแปลกของเจ้าตุ๊กตาตัวนี้มากๆ ''สำหรับอั้มเองก็สะสะตุ๊กตาบลายธ์มา 7 เดือนแล้วค่ะ มีทั้งหมด 9 ตัวแล้ว แต่อั้มไม่เล่นนะ จะเน้นสะสมมากกว่า ซึ่งตอนแรกก็ไม่ชอบหรอก แต่พอช่วงหลังก็ชอบเพราะหน้าตาน่ารักและแปลกดีด้วย''
มาที่สาว ''เก๋'' ชลลดา เมฆราตรี บอกเล่าถึงตุ๊กตาตัวโปรดชิ้นนี้ว่า
''มันเป็นความบังเอิญมากพอดีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวเก๋เล่น ทาทาก็เล่นตอนแรกก็แบบเล่นทำไมเสียดายตังค์ (หัวเราะ) แต่เก๋เป็นโรคบ้าจี้นะคือใครมีอะไรก็อยากอัพเดตด้วยก็ถามจากทาทา ถาม ''ชมพู่-อารยา'' ไปดูที่ร้านเลยจากตัวแรกไปๆ มาๆ ตอนนี้ก็ 31 ตัวแล้วคะ (หัวเราะ) ตัวแรกของเก๋ชื่อเมโลก้า เรส จริงๆ และตุ๊กตาบลายธ์เกิดมา 30 ปีแล้วมันไม่เวิร์กแล้วก็มีคนนำมารีแบรนด์ใหม่อย่างตุ๊กตาตัวแรกนี่ชมพู่ก็มีนะซึ่งมันแพงมากและหายากมากแต่ชมพู่มี สำหรับเก๋เองทุกวันนี้ก็มีคนนั้นคนนี้ซื้อมาฝากปีนี้เป็นอะไรที่เก๋ได้ตุ๊กตาบลายธ์เยอะมากคือเก๋เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนก็ชอบเล่นตุ๊กตานะเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งอย่างบลายธ์เนี่ยเล่นแล้วเพลินมากอย่างวันก่อนเก๋อาบน้ำให้บลายธ์ไป 16 ตัวดูนาฬิกาอีกทีตี 4 แล้วคือมันเพลินที่เราได้ดูแลแถมยังสนุกกับตามคอลเลกชั่นใหม่ๆ ทั้งเรื่องเสื้อผ้า ของใช้เค้ามีน้องหมาด้วยนะแบบตัวนั้นเป็นตัวนี้คือมันมีเรื่องราวเพลินมากตอนนี้เรื่องช็อปปิ้งตัวเองงดเลยเพราะซื้อให้ตุ๊กตาบลายธ์หมดค่ะ''
นอกจากนี้ยังมีดาราคนดังอีกหลายต่อหลายคนที่เป็นนักสะสมตุ๊กตาเจ้าเสน่ห์บลายธ์ทั้งสาวเซ็กซี่ ทาทา ยัง, ''เอมมี่-มรกต'', ''กบ-สุวนันท์'' ซึ่งทางสยามดาราจะนำเสนอในวันต่อไปไม่ควรพลาดจ้า!!!
ที่มา:
#101 By 2 (118.173.11.177) on 2009-07-16 18:18