posted on 14 Mar 2009 23:30 by forward-mail
เม้าท์"ไก่" จับมอ"แหม่ม" รุมฉะ "ปราย"
หัวอกเดียวกัน ''แหม่ม วิชุดา'' แท็กทีม ''ไก่ มีสุข'' รุมยี้ ''ปราย ธนาอัมพุช'' เพราะเคยโดนผู้ประกาศข่าวสาว ''แย่งแฟน'' เหมือนกัน สาวแหม่มโต้ผู้ใหญ่ในช่อง 3 ไม่เคยห้ามไม่ให้พูดเรื่องนี้ ลั่นความจริงก็คือความจริง ย้ำตนไม่เคยสร้างภาพ และไม่เคยยอมใคร
ยังไม่จบลงง่ายๆ สำหรับกรณีของผู้ประกาศข่าวสาว ''ปราย ธนาอัมพุช'' กับนักแสดงสาว ''แหม่ม'' วิชุดา พินดัม ที่เปิดศึกสงครามน้ำลายกันขึ้น แถมยังมีการทวงของลับคืนอีกต่างหาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะจบลงไปแล้ว แต่ล่าสุดดันมีคลิปเสียงทวงของคืนออกมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นอีกครั้ง แถมยังมีข่าวออกมาว่าผู้ใหญ่ในช่อง 3 ออกคำสั่งให้ทั้งคู่ หย่าศึกกันได้แล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหน้าสาวแหม่มในงาน เปิดตัว บ้าน We Know โฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 9 ที่ ฮอลล์ 6 อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันก่อน เลยรีบเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทันที
''จริงๆ พี่ไม่เคยพูดเลยนะว่าผู้ใหญ่ในช่อง 3 สั่งห้าม เพียงแต่มีผู้ใหญ่แนะนำมาบอกว่าปล่อยให้เรื่องมันเงียบไปเถอะ ซึ่งคนที่อายุมากกว่าพี่หลายคน พี่ก็นับถือเป็นผู้ใหญ่นะ ที่ใช้คำว่าผู้ใหญ่เพราะไม่อยากดึงใครเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะพี่เกรงใจ พี่ถึงใช้คำว่าผู้ใหญ่ไงจะได้เข้าใจง่ายๆ อาจจะเข้าใจกันไปว่าผู้ใหญ่ทางช่อง 3 อันนี้บอกจริงๆ ว่า ผู้ใหญ่ไม่เคยห้ามพี่นะ มีแต่ให้คำแนะนำ ถามว่าเค้าเรียกไปตักเตือนบ้างมั้ย ไม่มีค่ะ เค้าให้คำแนะนำค่ะ แล้วก็ให้เกียรติเรา ท่านรู้สึกเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วก็อย่างที่บอกขอยืนยันว่าที่พี่พูดเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้น การพูดเรื่องจริงมันเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ถ้าพูดจาโกหกหรือแต่งเรื่อง ก็คงเรียกเข้าไปตักเตือน แต่ผู้ใหญ่มองแล้ว อันไหนจริงอันไหนเท็จ ได้แต่ตักเตือนว่าให้อโหสิกรรมมากกว่า เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น อย่างที่บอกมันมีที่มาที่ไป และมันก็พิสูจน์ได้''
''ถามว่าตอนนี้พี่กับพี่ปรายเหมือนมองหน้ากันไม่ติดรึเปล่า คือมันไม่เจอกันเลยก็ไม่รู้จะติดรึเปล่า มันไม่รู้ยังไง เพราะอย่างที่บอกว่าพี่จบเรื่อง พี่ก็ย้ำว่าจบตั้งแต่เอาตังค์มาให้พี่แล้ว ตราบใดที่ยังมีคนมาถามพี่ ทั้งๆ ที่พี่พูดกับนักข่าวคนอื่นไปแล้ว พี่จะให้ไปถามนักข่าวคนนั้นแล้วกันพี่พูดไปหมดแล้ว มันก็ไม่ใช่ พี่ไม่ใช่คนแบบนั้น คนแต่ละคนมีไอเดียมีการดำรงชีวิตต่างกัน พี่เป็นคนถามแล้วบอก ต่อให้มาคนเดียวก็บอก ทุกครั้งที่พูดก็พูดเหมือนเดิม ต่อให้คนมาว่า เฮ้ยไม่ยอมจบยังพูดอยู่ได้เรื่องนี้ ก็คนถามฉันอยู่ ให้บอกว่าขอเปลี่ยนคำถามได้มั้ย พี่ไม่มีสิทธิ์เลือกนะ น้องเป็นนักข่าว ถ้าถามพี่ นักข่าวก็ต้องมาถาม จะให้นักข่าวมาทำกับข้าวให้กินก็ใช่เรื่องนะ จริงมั้ย เป็นเรื่องปกตินะ เราไม่เคยวิ่งหนีใคร พูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิมเรื่องจริง ใครที่ไม่ยอมรับความจริง แล้วทนฟังไม่ได้ก็ต้องขอโทษ เพราะว่าเราพูดเรื่องจริงอยู่อย่างนั้น ใครจะเกลียดใครจะรำคาญก็ต้องขอโทษจริงๆ เพราะยังมีคนถามเราอยู่''
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การที่ ''แหม่ม'' เป็นฝ่ายพูดหรือออกมาให้สัมภาษณ์อยู่ฝ่ายเดียว เลยทำให้มองว่าอีกฝ่ายดูซอฟต์ลง แต่กลับกลายเป็นฝ่าย ''แหม่ม'' ที่จะดูแรงมากกว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักแสดงสาวชี้แจงให้ฟังว่า
''ไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนน่ารักอยู่แล้ว พี่เป็นคนเคลียร์ชัดเจน ถ้าใครไม่อยากเคลียร์ก็จะไม่หันไปมอง แล้วโลกเราหรือสังคมเราก็เป็นอย่างนี้แหละ ใครนิ่งๆ เงียบๆ ไม่พูดอะไรเลยก็ดูดีเป็นเรื่องธรรมดา แต่พี่มีความรู้สึกว่าพี่ไม่รู้จะสร้างภาพทำไมพี่เป็นอย่างไรเป็นอย่างนั้น พี่ไม่ได้เอาความสบายใจของภาพลักษณ์ แต่พี่เอาความสบายใจของคนที่มาสัมภาษณ์มากกว่า''
''ส่วนฟีดแบ็กจากคนรอบข้าง ก็โอเคนะ แต่ถ้าพูดกันมันจะกลายเป็นเราหลงตัวเองเนอะ แต่ว่าไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่คงไม่มีใครกล้ามาด่ามั้ง ส่วนมากจะให้กำลังใจ พี่เองก็แฮปปี้ อย่างที่บอกที่ผ่านมาพี่ไม่เคยโกหกพูดเรื่องจริง มีเรื่องมากระทบกับพี่พี่ก็ไม่วิ่งหนี มันก็มาชนพี่เอง แล้วพี่เป็นคนตัวแข็งหัวแข็ง ก็เลยกล้าที่จะชน''
ต่อคำถามที่ว่าตอนนี้สาวแหม่ม มีเพื่อนที่เป็นหัวอกเดียวกันอย่างผู้ประกาศข่าวสาว ''ไก่'' มีสุข แจ้งมีสุข เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวลือว่าโดนสาว ''ปราย ธนาอัมพุช'' แย่งแฟนหนุ่ม อย่าง ''อังกูร บุญดี'' ไปเหมือนกัน
''คือพี่กับพี่ไก่ มีสุข เนี่ยเจอกันไม่บ่อยมากนักนะ แต่เวลาเจอกันตามช่อง 3 ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอด แต่ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้นะ ไม่เคยคุยกันเลย รู้สึกดี ถ้ามีใครรู้สึกดีกับเรา แต่พี่ว่าพี่ไก่คงไม่อยากงานเข้าหรอกพี่ว่าน้อยคนมากที่จะชอบชนแบบพี่ เพราะส่วนใหญ่คิดว่า เอ้ย อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย แต่พี่ไม่รู้สึกว่าพี่หาเรื่องใส่ตัว พี่มีความรู้สึกว่าพี่อยู่เฉยๆ พี่ไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัว อย่างที่บอกภาพเป็นไงก็แล้วแต่ชีวิต พี่ยังยืนอยู่บนความเป็นจริง มันไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ ความจริง คือความจริงวันยังค่ำ เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก'' แหม่มกล่าว