แนะกินกระเทียมวันละ ๗–๑๒ กลีบเสริมสุขภาพ
posted on 17 Apr 2009 12:42 by forward-mailแนะกินกระเทียมวันละ ๗–๑๒ กลีบเสริมสุขภาพ
รศ.พร้อมจิตต์ ศรลัมภ์ รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กระเทียมเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน ในหัวกระเทียม มีสารเป็นประโยชน์ต่อร่างกายคือ น้ำมันหอมระเหย วิตามินเอ วิตามินบี ๒ วิตามินซี แคลเซี่ยม เหล็ก แมงกานีส แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่ง น้ำมันหอมระเหยมีสารที่มีซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบอยู่หลายชนิด ทำให้กระเทียมมีกลิ่นรุนแรง ส่วนสารสำคัญในกระเทียมคือ อาลิอิน
ถ้าหากหั่นกระเทียม ความร้อนหรืออากาศจะทำให้เอนไซน์ในกระเทียมจะย่อยสลายอาลิอินให้เป็นอาลิซิน เป็นสารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคหวัด อาการไอ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เพิ่มขึ้น
รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ กล่าวต่อว่า นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีกระเทียมอยู่ในจานอาหาร ช่วยแต่งกลิ่น แต่งรส ซึ่งการรับประทานกระเทียมสดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น อาจซอยกระเทียมใส่ในยำ หรือในน้ำปลาพริก โดยให้รับประทานวันละ ๗–๑๒ กลีบ เนื่องจากรับประทานมากอาจจะระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารโดยเฉพาะคนที่แพ้ บางคนไวต่อสารในกระเทียมอาจมีอาการปวดท้องได้
ส่วนหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่ให้นมบุตร รับประทานกระเทียมที่อยู่ในอาหารได้ แต่ไม่ควรรับประทานในแง่อาหารเสริม เพราะกลิ่นและรสของกระเทียมสามารถที่จะออกมาทางน้ำนม อาจทำให้เด็กทารกไม่ชอบนมแม่ หรือคนไข้ที่มีอาการเส้นเลือดและสมอง แล้วแพทย์ให้ยาที่ละลายลิ่มเลือด ก็ไม่ควรรับประทานกระเทียม เพราะกระเทียมมีฤทธิ์ในการทำให้เลือดใส ป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด ดังนั้น จะไปเสริมฤทธิ์ยาแผนปัจจุบัน เวลาเกิดแผลจะทำให้เลือดหยุดไหลช้า
รศ.พร้อมจิตต์ กล่าวด้วยว่า พบว่าในต่างประเทศทำเป็นน้ำเชื่อมกระเทียมทำให้รสชาดดีขึ้น และเป็นการรับประทานกระเทียมอีกลักษณะหนึ่ง เช่น นำกระเทียม ขิง มาหั่นเติมพริกขี้หนูแห้ง นำมาแช่ในน้ำผึ้ง อีกสูตรนำกระเทียมมาปลอกเปลือกหั่นใส่ไว้ในขวด เติมน้ำส้มสายชูและน้ำ ในอัตราส่วนกระเทียม ๖ ขีด น้ำและน้ำส้ม ๑ ต่อ ๑ ใส่ลงไปจนท่วมกระเทียม ปิดฝาขวดทิ้งไว้ ๔ วัน เพื่อให้สารในกระเทียมละลายออกมา แล้วเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยทิ้งไว้อีก ๑ วัน นำมากรองจะได้น้ำสกัดกระเทียม เก็บไว้รับประทานครั้งละ ๑-๒ ช้อนชา ในช่วงเช้าและเย็น
อีกสูตรหนึ่งเป็นกระเทียมกับหัวหอมแดง โดยนำหัวหอมแดง ๒ หัวมาซอย นำมาผสมกับกระเทียม ๑ หัว ขิงซอย ๒ ช้อนชา เติมน้ำผึ้งลงไปให้ท่วมทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมงแล้วกรองออก ได้น้ำสกัดกระเทียมเช่นกัน
ส่วนการเก็บสารสกัดกระเทียมควรเก็บไว้ในขวดสีชา ทิ้งไว้ในที่เย็นอย่าให้ถูกแสงแดด หรือนำกระเทียม ๑ กลีบมาสับแล้วผสมมายองเนสทาขนมปังช่วยให้คนที่เจ็บคอหรือคัดจมูกมีอาการดีขึ้น โดยอาจจะเติมปลาทูน่า มะเขือเทศ ผักกาดหอม ทำเป็นขนมปังแซนวิสรับประทาน
รศ.พร้อมจิตต์ แนะให้รับประทานฝรั่งระงับกลิ่นปากหลังรับประทานกระเทียม น้ำมันหอมระเหยในฝรั่งจะไปกลบกลิ่นกระเทียม
ที่มา : สำนักข่าวไทย

#1 By tangmae on 2009-04-17 19:41