ตัวประกอบอดทน
posted on 01 May 2009 14:26 by forward-mailตัวประกอบอดทน
โดย : ธรรมฤทธิ์ เอกสมิทธ์ / อนันต์ ลือประดิษฐ์
เจาะเรื่องจริงในโลกมายา ส่องชีวิตทรหดของคนรับบทตัวประกอบ กับสถานะพลเมืองชั้นสองในกองถ่าย รวมถึงโอกาสริบรี่ที่จะก้าวสู่การเป็น ตัวจริง
ไม่มีละครหรือภาพยนตร์เรื่องไหน ไม่มีตัวประกอบ เพราะหากทั้งโลกมายาเหลือเพียงพระเอกกับนางเอก ละครเรื่องนั้นๆ ย่อมไม่มีวันสมบูรณ์ขึ้นมาได้ บ่อยครั้ง ตัวประกอบยังเป็นตัวชูรส เพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างโลดแล่น มีสีสัน สมจริง และเต็มไปความสนุกสนานครื้นเครงด้วยซ้ำไป
"ตัวประกอบ" หรือที่คนในวงการเรียกกันติดปากว่า เอ็กซ์ตรา (extra) หมาย ถึงนักแสดงไร้ชื่อเสียงเรียงนาม (Anonymous) ที่เป็นส่วนหนึ่งของฉากเหตุการณ์ต่างๆ ในท้องเรื่อง หรือในรายการทีวีรูปแบบอื่นใดๆ ก็ตาม เช่น เกมส์โชว์, วาไรตี้ ฯ ซึ่งปกติทางผู้จัดละคร, ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ หรือโปรดิวเซอร์รายการนั้นๆ มักใช้วิธีการว่าจ้างในลักษณะต่างๆ เพื่อความเหมาะสมในการผลิต
สำหรับแวดวงบันเทิง ขณะที่ดารานักแสดงนำได้รับค่าตอบแทนในการแสดงละครตอนละหลายๆ หมื่นบาท โดยแตกต่างกันไปตามเรตติ้งและความนิยมของแต่ละคน ผู้กำกับละคร มีรายได้จากการกำกับละครทีวีสักเรื่องอยู่ที่ราว 1 ล้านบาท และบุคลากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกล้อง ไฟ เสียง คอสตูม แต่งหน้าทำผม มีอัตราค่าตอบแทนวิชาชีพที่มีมาตรฐานแน่นอน แต่ดูเหมือนว่า "ตัวประกอบ" จะมีค่าตอบแทนที่น้อยนิดลงไป จนแทบไม่ต่างจากคนชายขอบในสังคมเท่าใดนัก
นี่ยังไม่นับรวมบรรยากาศการแบ่งชั้นทางสังคมในกองถ่าย สะท้อนได้จากการดูแลด้านสวัสดิการ อาหารการกิน และอื่นๆ ซึ่งในบางครั้งก็เหลื่อมล้ำกันเห็นๆ
นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า "ตัวประกอบอดทน" อย่างที่หลายๆ คนรู้
กว่าจะเป็นตัวประกอบ
ถึงตัวประกอบจะ มีสถานะต่ำเตี้ยในวงการบันเทิง แต่ด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จากการได้ทำงานกับกองถ่ายละคร หรือรายการทีวีที่มีผู้คนรู้จัก ย่อมทำให้ทุกวันนี้ยังมีผู้สนใจหันเหชีวิตมาทำงานเป็นตัวประกอบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นในแบบฟุลไทม์ หรือพาร์ทไทม์ก็ตาม
กัลยา สัจจะวัช หรือ ติ๋ม โมเดลลิ่ง ผู้ทำธุรกิจจัดหานักแสดง โดยเฉพาะพวกละครซิทคอมของค่ายเอ็กแซ็กท์ เปิดเผย "จุดประกาย" ว่า ในส่วนของเธอนั้น จะไม่มีการเปิดรับสมัคร และไม่มีการเก็บเงินล่วงหน้า แต่ลักษณะการทำงานจะให้ผู้สนใจส่งภาพและประวัติเข้ามา เพื่อเป็นฐานข้อมูล จากนั้นก็จะพิจารณาตามความเหมาะสม
"เราดูว่าเหมาะกับบทไหน เราก็จะหางานให้ บางคนจบการแสดงมา เขาก็จะบอกเรา บทไหนที่มันยากจริงๆ เราก็จะทำแคสติ้งก่อน แต่ส่วนใหญ่ เราเริ่มจากบทง่ายๆ แล้วค่อยดูว่าเขาเล่นฉากที่มันยากขึ้นได้ไหม พูดบทได้ไหม ... เอ็กซ์ตราของเรามีทุกระดับ เราเองก็เคยเป็นตัวประกอบมา ก่อน จนจับพลัดจับพลูได้มาทำเป็นโมเดลลิง ไม่ว่าจะเป็นหนังโฆษณา ทีวี ภาพยนตร์ งานออร์แกไนซ์เล็กๆ รับทำหมด จนเริ่มมีลูกค้าเยอะ พอทำงานไปเรื่อยๆ ไว้ใจกัน เราก็จะได้รับการติดต่อเรื่อยๆ มันก็ทำให้เด็กเรามีงานด้วย"
ด้าน ปอง เมืองนนท์ นามสมมติในวงการ ซึ่งทำงานตัวประกอบที่ อยู่ในวงการมานานกว่า 10 ปี ยอมรับว่า เดิมทีไม่ได้คิดจะเข้าวงการนี้ แต่เมื่อชีวิตต้องประสบกับการว่างงานจากอาชีพพ่อครัวเมื่อปี พ.ศ.2538 พอเห็นโฆษณาหนังสือพิมพ์แจ้งว่า รับสมัครตัวประกอบ ก็เลยลองมาสมัครดู โดยจำได้ว่าเสียค่าสมัครครั้งแรก 150 บาท
"จะว่าโชคช่วยก็ได้ เพราะผมมีงานเข้ามาเรื่อยๆ อีกทั้งเงินดีพอสมควร เมื่อก่อนคิวละ 700-800 ต่อวัน ก็เลยไม่ทิ้งอาชีพนี้ ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานการแสดงเลย ยกเว้นตอนทำงานกับโมเดลลิงบริษัทแรก มีโอกาสได้เรียนการใช้ดาบ กระบี่มาบ้าง จากนั้นคิวบู๊ก็ค่อยๆ หัดเอา อาศัยว่าเราทำตัวดี ก็เลยมีโมเดลลิงให้งานกันแบบปากต่อปาก"
ขณะที่ ด.ต.หญิง มยุรี น้ำทิพย์ แห่งโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งปัจจุบันมีอาชีพหลักเป็นข้าราชการ แต่ด้วยเหตุที่ต้องการหางานอื่นทำ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ประกอบกับงานนี้สามารถหารายได้พิเศษได้ด้วย จึงเลือกมาแสดงเป็นตัวประกอบ
"ยอมรับว่า เมื่อเรามาทำงานตรงนี้ เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว"
เอ็กซ์ตรา-ใครว่าไม่สำคัญ
เอ็กซ์ตรามีหลายประเภทตามการใช้งาน โดย สันต์ สิงห์สกุล แห่ง เอ็กซ์ตรา เฮาส์ โมเดลลิงเก่าแก่ของวงการ ขยายความว่าเนื่องจากในแต่ละวันมีงานรูปแบบต่างๆ ผ่านมาเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานละคร โฆษณา ภาพยนตร์ บางครั้งเป็นเรื่องสารคดี และมิวสิควีดีโอ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีตัวประกอบทุกๆ แบบ
"... ตั้งแต่แรกเกิด ยันสูงอายุ ผู้ชาย ผู้หญิง พระ เณร ทหาร ตำรวจ เราต้องมีไว้หลายๆ แบบ เพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆ กัน ซึ่งแต่ละคนไม่จำเป็นต้องสังกัดผูกขาดแต่ของเรา ถ้าเขาพอใจงานไหนคุยกันเรียบร้อย เขาก็จะรับงานชิ้นนั้นก่อน"
เช่นเดียวกันกับ ป๊อก ณัฐชไม รุ่งปัญญา โปรดิวเซอร์ของค่าย workpoint แจงว่า ตัวประกอบ แบ่งประเภทเป็น ตัวประกอบในละครหรือซิทคอม ซึ่งมีทั้งที่มีบทพูดเล็กๆ น้อยๆ หรือเดินผ่านฉาก
"เราจะหาผ่านผู้ช่วยของเรา คือโมเดลลิง ซึ่งจะเจาะจงสเป็คตัวประกอบได้ เลย เพื่อความสมจริง เช่น ชาวบ้านที่เดินอยู่ในซอยช่วงละครของรายการ "ระเบิดเถิดเทิง" เราบอกได้เลยว่า อยากได้หน้าตาดูชาวบ้านแบบไหน เพศไหน วัยไหน แถมให้แต่งตัวตามที่ต้องการได้เลย เพราะเราไม่มีกำลังพอจะจัดการเรื่องเสื้อผ้าของตัวประกอบที่มีกันจำนวนมากๆ ได้
"ส่วนตัวประกอบอีก ประเภท ป๊อก บอกว่า คือพวกคนดูที่มาชมในรายการ พวกนี้ทางเวิร์คพอยท์มักหาจากนักเรียนนักศึกษาตามโรงเรียนทั่วไป บางครั้งโรงเรียนก็จะติดต่อมา บางครั้งเราก็จะติดต่อไป เป็นเหมือนการทัศนศึกษารูปแบบหนึ่ง"
ตัวประกอบแบบนี้เราจะชอบมาก เพราะเราสามารถวัดได้ว่ามุขที่เล่นออกไป ตลกจริงหรือเปล่า" พร้อมเสริมความประทับใจที่ได้รับจากตัวประกอบที่เคยพบว่า
"เอ็กซ์ตราบางคนทำเป็นอาชีพหลักเลยนะ บางคนเหมือนพระ เขาจะมีจีวรพร้อม พอเข้าฉาก เขาจะรู้เลยว่า ต้องอยู่ในจริตของพระยังไง บาตรพระก็มีนะ หรือบางคนเป็นตำรวจ เขาก็จะมีเครื่องแบบตำรวจพร้อม เรียกว่าออกบ่อยจนคนเชื่อกันหมด"
ขณะที่ สันต์ เสริมว่า บางครั้งโจทย์ของผู้จัดสั่งให้หาตัวประกอบบางตัวอย่าง "เฉพาะเจาะจง" ก็มีความยากไม่น้อยเช่นกัน
"เอ็กซ์ตราที่หายากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกพิการ แขนขาด ขาขาด หรือเป็นคาแรกเตอร์ที่ต้องมีความสามารถพิเศษจริงๆ เช่น เล่นกีฬาชนิดนี้ได้ เล่นดนตรีชนิดนี้ได้ ที่โดยปกติคนทั่วไปทำไม่ค่อยได้กัน ในส่วนของนักแสดงพิการ เราต้องไปตามหาพวกทหารผ่านศึก หรืออาจจะไปตามสะพานลอย หรือตามจุดที่มีคนขอทานอยู่ แล้วเราจะดึงคนกลุ่มนี้มาร่วมงานด้วยในบางโอกาส เพราะบางทีเป็นสเป็คที่เจาะจงจริงๆ เช่น เป็นนักดนตรีเป่าแคน เป็นขอทาน แถมต้องมากับหลานด้วย หลานก็ต้องร้องเพลงได้ดีด้วย เราก็ต้องหาเพื่อให้มันพอดีกับความต้องการของผู้จัด"
เรื่องของเงินๆ ทองๆ
แม้จะมีอัตราค่าตอบแทนไม่สูงนัก เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนอื่นๆ ของวงการบันเทิง เช่น นักแสดงนำ ผู้กำกับ หรือคนเขียนบท แต่ค่าตอบแทนตัวประกอบก็ไม่มีเกณฑ์ตายตัวเท่าใดนัก
ปอง เมืองนนท์ สะท้อนว่าตั้งแต่เล่นเป็นตัวประกอบมา ส่วนใหญ่เขารับหมด ไม่เกี่ยงค่าตัว ไม่ว่าจะเป็นคิวละ 700-800 บาท หรือต่ำกว่านั้น อีกทั้งลักษณะนิสัยตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์ และไม่เรื่องมาก ทำให้อย่างน้อยๆ เดือนหนึ่งน่าจะมีงานเข้ากว่า 10 งานด้วยกัน สอดรับกับ ด.ต.หญิง มยุรี น้ำทิพย์ ที่เปิดใจว่าตั้งแต่ทำงานเป็นตัวประกอบมา ไม่เคยเรียกค่าตัว แต่จะรับงานโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ หรือจากความพึงพอใจเป็นหลัก
กัลยา สัจจะวัช เผยตัวเลขค่าตอบแทนตัวประกอบให้ฟังว่า
"ราคาเอ็กซ์ตราเดินผ่านกล้อง แบบแอ็กติ้งใช้ได้ เช่น ตกใจ มองเขาทะเลาะกัน จะได้ 500 เราก็ขอไว้ 100 ซึ่งตรงนี้เราต้องจ่ายภาษี แต่ถ้ามีบท (พูด) นิดๆ หน่อยๆ ก็ได้ 600-700 บาท เราจะหักไว้ 100-200 บาท ถามว่ามันมีมาตรฐานไหม ราคามันไม่มีมาตรฐาน เพราะอยู่ที่ความยากง่าย ความยาวของคิวที่ตัวประกอบต้อง เล่น หรือบางทีงบประมาณมีจำกัด ก็จะมีการขอกันว่า ขอราคาต่ำหน่อยได้ไหม เป็นเรื่องของการตกลงกันมากกว่า... บางครั้งผู้จัดเจาะจงว่าเอาหน้าแบบนี้ อย่างให้หาคนมาเล่นเป็นพ่อแม่ของแพนเค้ก เราก็ต้องหาหน้าหมวยๆ ญี่ปุ่นๆ ซึ่งก็จะแพงกว่า"
พร้อมอธิบายความหมายของ "คิว" ว่า นับกันที่ 7 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ถ้าเกินจากนี้ ตัวประกอบจะได้อีกครึ่งคิว แต่ถ้าเกินเที่ยงคืนไปแล้ว ก็จะนับเป็น 2 คิว
ด้าน โปรดิวเซอร์ ณัฐชไม เสริมว่า "เอาเข้าจริงๆ ค่าตัวเอ็กซ์ตราเนี่ย มันอัพได้นะ ใครอยากอัพ เขาก็ไปเรียนการแสดง ไปฝึกฝีมือ บางคนเขาก็พอใจเท่านั้น เขาก็ไม่พัฒนา แต่คนที่อยากพัฒนา ก็จะได้ค่าตัวสูงขึ้น เพราะโอกาสก็มีอยู่ตลอด บางครั้งมีบทฉุกเฉินขึ้นมา ถ้าเขาทำได้แล้วติดลมบน อาจจะได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นอีกเยอะก็เป็นไปได้"
เรื่องจริงในโลกมายา
ในมุมมองของ สันต์ สิงห์สกุล ขึ้นชื่อว่านักแสดงตัวประกอบ ความอดทนต้องเป็นคุณสมบัติที่ตามมาติดๆ
"มันต้องอดทน อันนี้ชัวร์ที่สุดในโลก บางทีโดนทีมงาน โดนผู้กำกับว่าอะไรมา ก็ต้องรับฟัง บางทีอยากจะเถียงเพราะรู้สึกว่ามันไม่จริง แต่ก็เถียงไม่ได้ เพราะเราหมดสิทธ์ที่จะเถียง อยากได้งาน อยากได้เงิน มันก็ต้องยอมทุกอย่าง"
ความอดทนอันดับแรก คือการยอมรับในเรื่องความแตกต่างของรายได้
"เอ็กซ์ตราธรรมดาทั่วไป ส่วนใหญ่จะได้แค่เดินไปเดินมาประกอบฉากธรรมดาเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะไปเรียกค่าตัวเยอะแยะเหมือนดาราก็คงจะเป็นไปไม่ได้ บางทีก็สมเหตุสมผลเพราะดาราที่เขาได้เยอะ เขาก็เล่นเยอะ ท่องบทได้ แสดงได้ ซึ่งไม่ใช่ความสามารถที่ทุกคนจะทำได้หรอกครับ บางคนท่องให้ตายก็ทำไม่ได้"
อันดับที่สองคือ ต้องรับสภาพการเลือกปฏิบัติในกองถ่าย
"ถ้ามองเรื่องความไม่เป็นธรรม ก็อาจจะมีบ้าง ทางผู้จัดเอง เขาก็มีปัญหาเยอะ เรื่องตัวประกอบโดนดูถูกดูแคลน บางทีทีมงานมักจะมองว่านักแสดงตัวประกอบ ก็เป็นแค่ตัวประกอบธรรมดา เขาก็จะไม่ให้ความสนใจอะไรมาก บางทีมเขาก็ดูแลกินอยู่อย่างดี แต่บางทีมก็ไม่ค่อยสนใจ อย่างเรื่องการกินการอยู่ บางทีเขามองว่าตัวประกอบยังไงก็ได้ ไปเจอข้าวบูดก็มี อาหารที่ไม่ได้เรื่องก็มี บางทีทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ข้าวมีอยู่นิดเดียวกินไม่พออิ่มก็มี"
เรื่องนี้ ปอง เมืองนนท์ นักแสดงตัวประกอบที่ มีประสบการณ์ยาวนาน เผยว่า แล้วแต่การดูแลของผู้จัด ขนาดข้าวกล่องสำหรับทีมงาน ของดาราเป็นข้าวผัดถั่วใส่หมู ส่วนของพวกเอ็กซ์ตรา เปลี่ยนจากข้าวผัดผักใส่หมู เป็นข้าวผัดผักใส่กากหมูก็เจอมาแล้ว
"บางครั้ง เฉียดไปโต๊ะกาแฟ เขาก็วิ่งมาห้ามว่า เอ็กซ์ตรากินกาแฟไม่ได้ ทั้งที่เราก็เป็นทีมงาน และกาแฟก็ซองละ 5 บาท 10 บาทเอง"
ด้าน ติ๋ม โมเดลลิง เสริมว่า อยากให้คนในวงการมองเอ็กซ์ตราในด้านดีกว่านี้
"อย่างเรื่องของหายในกองถ่าย เขาจะสงสัยเอ็กซ์ตราก่อนเลย ก็ไม่ใช่ไม่มีเอ็กซ์ตราแล้วจะไม่มีขโมยนะ บางทีก็ขโมยกันเอง เวลาของดาราหายเนี่ย เอ็กซ์ตราจะโดนก่อน แต่ถ้าของเอ็กซ์ตราหายเนี่ย เขาไม่ค่อยสนหรอก"
อันดับที่สาม มาจากสภาพวงการนายหน้าการแสดงมีโมเดลลิงเกิดขึ้นมากมาย บางครั้งมีการตัดราคากันเอง จนส่งผลกระทบต่อบรรดาตัวประกอบที่ จะได้รับค่าคิวน้อยลง จาก 700-800 บาทลงเหลือ 400-500 บาทเป็นต้น บางโมเดลลิง มีการจ้าง ซับ-โมเดิลลิง หรือที่เรียกกันว่า "โม-ซับ" ซึ่งเท่ากับต้องตัดเปอร์เซนต์ออกไป หรือบางครั้งมีการจองคิวงาน แต่มายกเลิกเมื่อได้ตัวแสดงที่มีราคาถูกกว่า ซึ่ง ปอง เมืองนนท์ เคยประสบเรื่องนี้กับตัวมาแล้ว
ฝันให้ไกลแม้ไปไม่ถึง
เมื่อถามถึงความมั่นคงในอาชีพ สันต์ เห็นว่า ตัวประกอบไม่ได้พิเศษกว่าอาชีพอื่น ความมั่นคงขึ้นอยู่กับตัวนักแสดงเองว่าจะหางานได้มากน้อยแค่ไหน
"มันอาจหาเงินง่ายกว่าอาชีพอื่น ไม่ต้องไปแบก ไปหาม แต่ต้องใช้ความสามารถ หรือประสบการณ์ทางการแสดง ถ้าคาแรกเตอร์ดีๆ แสดงเก่งๆ บางคนวันหนึ่งมีหลายงานชนกันเลยนะ ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน นิสัย รักงานไหม ถ้ารักงาน ซื่อสัตย์กับงาน มนุษย์สัมพันธ์ดี ตั้งใจทำงานโดยไม่เคยมีปัญหาเลย เขาก็จะมีเครดิตดีจนได้งานทำเรื่อยๆ บางคนไต่เต้าจนได้เป็นดาราใหญ่เลยก็มี เยอะนะ แต่ผมคงจะไม่กล่าวถึงเพราะบางคนเขาไม่อยากเปิดเผยว่ามาจากอาชีพตัวประกอบ แต่เราก็จะพอรู้ๆ กันอยู่ว่าใครบ้าง"
ขณะที่ ปอง เมืองนนท์ ซึ่งผ่านการรับบทตัวประกอบโดยแสดงในฉากเดียวกันกับ หนุ่ม อำพน ลำพูน ในหนังเรื่อง "มือปืน" มาแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยทั้งฝีมือและบุญบารมี
"บางครั้ง คุณมีฝีมือแต่ไม่มีใครสนับสนุน โอกาสเช่นนั้นก็คงไม่เกิด... ดังนั้น ตัวประกอบก็ต้องทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไป" ปอง ผู้ถนัดคิวบู๊ สรุปให้ฟัง
ส่วน กัลยา หรือ ติ๋ม โมเดลลิง เสริมว่า "เราถือว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ดีนะ เพราะอย่างน้อยก็เป็นอาชีพสุจริต ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร เราก็สั่งสอนน้องๆ ของเราว่า เราเป็นตัวประกอบก็ต้องอดทนน่ะ ไว้วันนึงได้เป็นดาราแล้วค่อยว่ากัน"
จนกว่าวันนั้นจะมาถึง
* ธงชัย ประสงค์สันติ ได้ 150 เล่น 50,000
ธงชัย ประสงค์สันติ ผู้กำกับจากเวิร์กพอยต์วัย 40 กลางๆ ต้นตำรับ 'ตัวประกอบอดทน' เมื่อหลายปีก่อน เล่าอดีตสนุกๆ ปนรันทดเล็กๆ ให้ฟังว่า สมัยก่อนจะไม่มีคำว่าเอ็กซ์ตรา นักแสดงร่วม จะมีแค่คำว่า 'ตัวประกอบ' เท่านั้น
"ถ้ามีบทพูดนิดหน่อยอย่างบ๋อย เช่น จะรับอะไรดีครับ ก็ตกอยู่ 150-200 ต่อฉาก หรือบทที่พูดเยอะๆ หน่อย อย่างบุรุษไปรษณีย์ โจร อยู่ที่ 800-1,200 บาท แต่เราน่ะเล่นไป 50,000" กรรมการบริหาร บริษัทคำพอดี จำกัด หัวเราะร่วน
สมัยนั้น เป็นที่รู้กันว่า ตัวประกอบจะ เข้าฉากหลังสุด ปล่อยให้ฉากหลักๆ เสร็จสิ้นไปก่อน ธงชัยและเพื่อนๆ ร่วมอาชีพจะถูกนัดหมายมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อสแตนด์บาย แต่วันไหนโชคร้าย ฝนตก น้ำท่วม ยกเลิกกอง ก็กลายเป็นว่ามาเก้อ ทั้งๆ ที่อุตส่าห์โหนรถเมล์มาตั้งแต่เช้า
"ถ้ารวมเพื่อนได้ 5-6 คน จะเหมาแท็กซี่ แชร์กัน" ส่วนขากลับก็แล้วแต่ความสามารถเฉพาะตัว สำหรับธงชัยอาศัยมนุษย์สัมพันธ์ดี ขอติดรถขนไฟกลับ แต่พอวิชาแก่กล้าขึ้น ได้เข้าฉากกับนักแสดงมากขึ้น อาจได้ติดสอยห้อยตามรถดาราดังกลับบ้าน เพราะเห็นว่า "เออ ไอ้นี่มันตลกดี"
กับรายได้ ธงชัยบอกว่า อย่างไรก็ไม่พอ ต้องหาอาชีพเสริม อย่างเขาอาศัยรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ กับกลุ่มเพื่อน จากนั้นเขยิบขั้นขึ้นมารับจ๊อบกับกองถ่าย ควบคู่ไปกับการเป็นตัวประกอบ
"ทำเสื้อผ้าให้พี่ไก่ (วรายุทธ) บ้าง ประสานงาน ปล่อยคิวตัวประกอบ พอถึงคิวก็ไปเข้าฉาก"
ธงชัย ใช้ชีวิตอดทนอย่างนั้นอยู่เกือบสิบปี เพราะคิดว่า สักวันเขาจะต้องเอาดีกับเส้นทางนี้ให้ได้ แม้หน้าตาจะไม่ค่อยให้ก็ตาม
"จะพูดกับตัวเองเสมอว่า ไม่มีหรอกบทเล็กๆ มีแต่นักแสดงเล็กๆ ได้บทอะไรมาก็เล่นให้เต็มที่ เป็นคนใช้ยืนอยู่หลังพระเอก ต้องเอาหน้าโผล่มาให้เห็น หรือไม่ก็พูดเสียงดัง พูดตลกๆ จนผู้กำกับชอบ"
ต่างจากตัวประกอบสมัยนี้ ซึ่งนักแสดงจากที่ราบสูงมองว่าเน้นหน้าตา มากกว่าฝีมือ
"กองถ่ายก็เจาะจงมากขึ้น ว่าจะเอาหล่อ สวย หรือเซ็กซี่ คือต้องการความชัดเจนมากขึ้น เป็นตัวประกอบเมนไปเลย รายได้ตกอยู่ที่ 3,000-4,000 ต่อตอน จะไม่ค่อยมีแบบตัวประกอบแค่เข้าฉากอย่างสมัยก่อน หรือไม่ก็ใช้แบบกลุ่มใหญ่ไปเลย"
อีกอย่าง ตัวประกอบสมัย นี้มีทางเลือกมากขึ้น ทั้งหน้าม้าเกมส์โชว์ กองเชียร์สส. หรือรับจ้างตามงานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ซึ่งมักมาพร้อมกับการต่อรองเพื่อความอยู่รอดมากกว่า เพื่อขอโอกาสทางการแสดง
นั่นหมายถึงความทุ่มเทและใจที่อาจลดลงไปด้วย สำหรับบางคน
และในวันที่อดีตตัวประกอบคนนี้ไต่ระดับจนมาถึงปลายพีระมิดของวงการแล้ว เขามอง 'รุ่นน้อง' ลงมาว่า
"สงสารเวลาเห็นเขานั่งกินข้าวกล่อง ผมอยากให้เขาได้ดี อยากให้เขามีใจ ก็ดูเขา อยากให้เขาทำได้ อยากให้เล่นเพื่อโอกาสทางการแสดงมากกว่าการอยู่รอดไปวันๆ เพราะอย่างไร ตัวประกอบทำให้หนังหรือละครเคลื่อนต่อไปข้างหน้าได้ ถ้าเขาทำดี ทุกอย่างมันก็ดีด้วย"
ขอขอบคุณเนื้อหา : sanook.com


#1 By Download Mp3 (112.143.35.240) on 2009-08-02 21:57