posted on 18 Jul 2009 20:27 by forward-mail
“อ่างอาบน้ำ” ทำเด็กบาดเจ็บ 43,000 กว่าคนต่อปี
 |
|
|
 |
 |
งานนี้ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อบางท่านที่หนีไปอาบน้ำในอ่างนอกบ้านจนได้เรื่อง แต่เป็นการ “อาบน้ำในอ่าง” ของเด็กจำนวนมากที่กลายเป็นอันตรายใกล้ตัว และอาจเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านได้ ซึ่งในสหรัฐอเมริกานั้น มีเด็กลื่นล้ม จมน้ำ หรือแม้กระทั่งโดนน้ำร้อน ๆ ในอ่างลวกเฉลี่ยวันละ 120 ราย หรือคิดเป็นเด็กบาดเจ็บ 43,000 กว่าคนต่อปีเลยทีเดียว
ทั้งนี้ เมื่อมีการศึกษาลึกลงไปแล้ว ยังพบว่า เด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากการใช้อ่างอาบน้ำส่วนมากเป็นเด็กอายุ 2 ปี สาเหตุที่ทำให้เด็กบาดเจ็บเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ ลื่น หกล้ม การก้าวพลาด สำหรับอาการบาดเจ็บที่เกิดกับเด็กนั้น เกิดขึ้นที่ใบหน้า 48 เปอร์เซ็นต์ บริเวณลำคอ และศีรษะ 15 เปอร์เซ็นต์ และมีเด็กอีก 2.8 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องนอนโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว
จากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกาเตรียมหามาตรการป้องกันแล้ว โดย ดร. แกรี่ เอ. สมิธ ผู้อำนวยการของสถาบันวิจัยแห่งเมืองโอไฮโอ ได้ให้คำแนะนำอย่างง่ายเกี่ยวกับการป้องกันเอาไว้ว่า จะมีการผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมกลับไปทบทวนมาตรฐานของอ่างอาบน้ำ แผ่นยางกันลื่น และปรับปรุงให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น ก็ยังมีการให้คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองในการอาบน้ำให้เด็กเอาไว้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น
- การหาผ้ายาง หรือผ้าปูกันลื่นวางรองทั้งใน และนอกอ่างอาบน้ำ เพื่อป้องกันการลื่นหกล้ม ซึ่งควรเป็นผ้ายางที่มีความนุ่ม และหนาสักหน่อย หากเกิดอุบัติเหตุ เด็กจะได้ไม่เจ็บมากนัก
- การใส่ใจในรายละเอียดห้องน้ำ และออกแบบห้อง รวมถึงการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เหมาะสมปลอดภัย เช่น การตั้งอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ ต้องระมัดระวังว่า หากเด็กเกิดลื่นขึ้นมา จะไม่ล้ม หรือหล่นไปชนเหลี่ยมมุมต่าง ๆ ในห้องน้ำจนบาดเจ็บร้ายแรงได้
- หาเก้าอี้น่ารัก ๆ ที่สามารถล็อกตัวเด็กเอาไว้ไม่ให้หกล้มมาใช้ร่วมกับการอาบน้ำลูก โดยอาจยึดขาเก้าอี้เอาไว้กับอ่างอาบน้ำ
- การเลือกซื้ออุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น การปูกระเบื้อง การติดตั้งอ่างล้างหน้า ไม่ควรเลือกจากความสวยงามทางด้านดีไซน์เพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องคำนึงถึงชีวิตเล็ก ๆ ในบ้านด้วย ว่าปลอดภัยและดีพอสำหรับเด็ก ๆ หรือไม่
อีกทั้งยังมีคำแนะนำด้านการอาบน้ำเด็กดี ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งอ่างอาบน้ำด้วยเช่น การชวนเด็กอาบน้ำฝักบัว หรือการตักอาบจากขันแทนค่ะ
เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก HealthDay News ค่ะ
|
|
#1 By ซารางเฮ on 2009-07-20 01:03